ข้ามไปเนื้อหา
farang.app

จดหมายถึงพี่ · จาก พี่ตุ๊ก จากภูเก็ต

ครอบครัวเขาไม่ชอบหนู ควรไปอยู่ที่นั่นไหม

อ่าน 4 นาที · ตอบโดยทีมงาน farang.app

ตรวจสอบล่าสุด อัปเดต

จดหมายฉบับหนึ่ง

“สวัสดีค่ะพี่ หนูอายุ 41 ทำงานโรงแรมที่ภูเก็ต แฟนเป็นคนออสเตรเลีย อายุ 58 หย่ากับภรรยาเก่ามาหกปี เขาขอหนูแต่งงานและอยากให้หนูย้ายไปอยู่ที่บริสเบน ปัญหาคือลูกสองคนของเขาอายุ 26 กับ 29 ไม่ยอมรับหนูเลย ลูกสาวเคยพิมพ์มาหาหนูตรงๆ ว่าอย่ามายุ่งกับพ่อของเธอ ตอนเขาพาหนูไปเที่ยวซิดนีย์ปีที่แล้ว ทั้งสองคนไม่มากินข้าวด้วย แฟนหนูบอกว่าเดี๋ยวเขาก็ชิน แต่หนูกลัวว่าถ้าย้ายไปแล้วไม่มีใครเลยจะอยู่ยังไง หนูควรไปไหมคะ”

— พี่ตุ๊ก จากภูเก็ต
คู่รักเดินจับมือกัน ภาพประกอบเรื่องการตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
การย้ายประเทศตัดสินด้วยสิ่งที่มีอยู่ในมือ ไม่ใช่ด้วยสิ่งที่หวังว่าจะดีขึ้นเองภาพ: Colin Maynard invent · CC0 · Wikimedia Commons

พี่ตอบ

ตุ๊กคะ คำถามที่ตุ๊กถามมาคือ "ควรไปไหม" แต่เราอยากขอเปลี่ยนคำถามก่อน เพราะคำถามนี้ตอบไม่ได้ตราบใดที่ยังพันอยู่กับเรื่องลูกเขา

จริงๆ แล้วนี่คือสองคำถามที่แยกกันสนิท: หนึ่ง ความสัมพันธ์นี้แข็งแรงพอจะรับแรงกดดันไหม สอง ตุ๊กพร้อมย้ายประเทศหรือยัง คนที่เจ็บที่สุดคือคนที่ตอบข้อหนึ่งด้วยความรัก แล้วข้ามข้อสองไปเลย

ข้อหนึ่ง: ดูที่เขา ไม่ใช่ที่ลูกเขา

ลูกสาวที่พิมพ์มาว่า "อย่ามายุ่งกับพ่อของเธอ" กับลูกชายที่ไม่มากินข้าว ทั้งสองคนกำลังกลัวสามอย่าง: กลัวพ่อถูกเอาเปรียบ กลัวเรื่องบ้านและมรดกที่เคยคิดว่าเป็นของครอบครัว และยังทำใจไม่ได้กับการหย่าของพ่อแม่เมื่อหกปีก่อน ไม่มีข้อไหนเลยที่เกี่ยวกับตัวตุ๊กจริงๆ แต่คนที่รับแรงทั้งหมดคือตุ๊ก และนั่นไม่แฟร์เลย

สิ่งที่เราอยากให้ตุ๊กจับตาดูจึงไม่ใช่ท่าทีของลูกเขา แต่คือสิ่งที่แฟนตุ๊กทำตอนลูกพูดแบบนั้น ประโยค "เดี๋ยวเขาก็ชิน" เป็นสัญญาณที่เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมันแปลว่าเขาเลือกจะรอให้เวลาแก้ปัญหา แทนที่จะพูดกับลูกตัวเองตรงๆ

สิ่งที่ผู้ชายควรทำในสถานการณ์นี้มีสามอย่าง และเป็นงานของเขาล้วนๆ ไม่ใช่ของตุ๊ก: บอกลูกชัดเจนว่าตุ๊กคือคนที่เขาเลือกและเขาจะไม่ยอมให้ใครพูดจาแบบนั้นกับตุ๊กอีก คุยกับลูกเรื่องพินัยกรรมและทรัพย์สินให้จบเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อดับความกลัวที่เป็นต้นตอจริงๆ และเป็นคนนัดเจอเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ตุ๊กเป็นฝ่ายง้อ

ลองถามเขาตรงๆ ค่ะว่า "ถ้าลูกคุณยังไม่ยอมรับฉันในอีกสองปี คุณจะทำยังไง" คำตอบของเขาต่อคำถามนี้มีค่ามากกว่าท่าทีของลูกเขาทั้งสองคนรวมกัน รายละเอียดเรื่องครอบครัวฝั่งเขาและสิ่งที่เขามักถาม เราเขียนไว้ใน เจอครอบครัวฝรั่งครั้งแรก

ข้อสอง: อย่าย้ายด้วยคำสัญญา ย้ายด้วยสิ่งที่มีอยู่จริง

ข่าวดีของออสเตรเลียคือประเทศนี้ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนที่ย้ายไปอยู่กับคู่ วีซ่าสาย 300 และ 309/820 ทำงานได้เต็มที่ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับผู้ย้ายถิ่น และคนเกิดในไทยในออสเตรเลียมีถึง 83,779 คน โดยกระจุกอยู่ที่ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน และเพิร์ท แปลว่าที่บริสเบนตุ๊กจะไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน มีทั้งร้านไทย วัด และกลุ่มคนไทยที่หาเจอได้ตั้งแต่เดือนแรก อ่านของจริงได้ที่ ชีวิตที่นั่น ออสเตรเลีย

ข่าวที่ต้องเตรียมใจคือค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่สมรสของออสเตรเลียแพงที่สุดในกลุ่มประเทศที่เราเทียบ และใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี ตัวเลขล่าสุดและขั้นตอนอยู่ที่ วีซ่าแต่งงาน ออสเตรเลีย ส่วนเรื่องที่ไม่มีใครอยากอ่านแต่ควรอ่านก่อนย้าย คือสิทธิ์ของตุ๊กถ้าวันหนึ่งความสัมพันธ์จบลงหลังย้ายไปแล้ว อยู่ที่ หย่า ออสเตรเลีย

สิ่งที่เราอยากให้มีครบก่อนขึ้นเครื่องย้ายถาวร: วีซ่าอยู่ในมือแล้วจริงๆ แผนว่าจะทำงานอะไรและเริ่มหางานยังไง เงินของตุ๊กเองในบัญชีของตุ๊กเอง ตั๋วกลับไทยปีละครั้งที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า และคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องพินัยกรรมกับที่อยู่อาศัยว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป ตุ๊กอยู่ตรงไหน ข้อสุดท้ายนี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อมีลูกเลี้ยงที่ไม่เป็นมิตร

สัปดาห์นี้

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ถามเขาว่า "ถ้าอีกสองปีลูกคุณยังไม่ยอมรับฉัน คุณจะทำยังไง" แล้วฟังคำตอบให้จบ
  • ขอให้เขาเป็นคนคุยกับลูกเรื่องพินัยกรรมและทรัพย์สิน และบอกให้ชัดว่านั่นไม่ใช่งานของตุ๊ก
  • อ่าน วีซ่าแต่งงาน ออสเตรเลีย และ ชีวิตที่นั่น ออสเตรเลีย แล้วลิสต์ว่าขาดอะไรบ้าง
  • หาว่าที่บริสเบนมีวัดไทยหรือกลุ่มคนไทยตรงไหน ทักไปคุยสักหนึ่งคนก่อนตัดสินใจ

ตุ๊กถามว่าควรไปไหม เราตอบแทนไม่ได้ค่ะ แต่เราบอกได้ว่าอย่าไปเพราะกลัวว่าถ้าไม่ไปตอนนี้แล้วจะไม่มีโอกาสอีก ผู้ชายที่ควรย้ายไปหา คือคนที่รอได้อีกหนึ่งปีโดยไม่บ่น และใช้ปีนั้นจัดการเรื่องลูกของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนตุ๊กจะไปถึง

คำถามที่พบบ่อย

ลูกที่โตแล้วของเขาไม่ยอมรับเรา ควรเลิกไหม?

+
ยังไม่ต้องตัดสินจากตรงนั้น ครอบครัวตะวันตกมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของลูกที่โตแล้วน้อยกว่าครอบครัวไทยมาก สิ่งที่ต้องดูคือเขาปกป้องคุณหรือเงียบ ถ้าเขายืนข้างคุณ ส่วนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้นในหนึ่งถึงสองปี ถ้าเขาเงียบ นั่นคือปัญหาจริง

ทำไมลูกของเขาถึงต่อต้านขนาดนั้น?

+
ส่วนใหญ่มาจากสามอย่าง คือกลัวว่าพ่อจะถูกเอาเปรียบ กลัวเรื่องมรดกและบ้านที่แม่เขาเคยอยู่ และยังไม่ได้ทำใจกับการหย่าของพ่อแม่ ไม่ค่อยเกี่ยวกับตัวคุณ แต่คนที่รับแรงคือคุณ

ควรพยายามเอาใจลูกเขาแค่ไหน?

+
สุภาพ สม่ำเสมอ และไม่ไล่ตาม ทักทายตามเทศกาล ไม่พูดถึงเรื่องเงินหรือบ้านเลย และไม่แก้ตัวยาวๆ คนที่ต้องคุยเรื่องมรดกและพินัยกรรมกับลูกคือพ่อของเขา ไม่ใช่คุณ อย่ารับงานนั้นมาทำแทน

ควรย้ายไปเลยหรือไปอยู่ยาวๆ ก่อน?

+
ถ้าทำได้ ให้ไปอยู่ยาวด้วยวีซ่าเยี่ยมสักรอบก่อนตัดสินใจถาวร คุณจะได้เห็นฤดูหนาว เห็นเขาในชีวิตประจำวัน เห็นว่าลูกเขาปฏิบัติกับคุณยังไงเมื่อคุณอยู่ตรงนั้นจริง และได้ลองว่าคุณอยู่ไกลครอบครัวตัวเองไหวไหม

ถ้ามีคำถามที่คู่มือยังไม่ได้ตอบ ส่งมาได้เลย เราตอบฉบับที่น่าสนใจที่นี่ ใช้แค่ชื่อเล่นและจังหวัด ไม่เปิดเผยอีเมล hello@farang.app · หน้าติดต่อ

แชร์ให้เพื่อน แชร์ทาง LINE แชร์ทาง Facebook
พาร์ทเนอร์ของเรา · Findmate

คุยกับฝรั่งแล้วมีรายได้ ไม่ต้องโป๊

ได้รับรายได้เมื่อเขาส่งข้อความหา วิดีโอคอล และจากคลิปสั้นที่คุณโพสต์ อย่างสุภาพและปลอดภัย ไม่ใช่แพลตฟอร์มคอนเทนต์ผู้ใหญ่

  • ได้รับรายได้เมื่อผู้ชายส่งข้อความหาคุณ
  • ได้รับรายได้จากวิดีโอคอล
  • ได้รับรายได้จากคลิปสั้นที่คุณโพสต์
  • สุภาพ ปลอดภัย ไม่มีภาพโป๊ ไม่ใช่แพลตฟอร์มคอนเทนต์ผู้ใหญ่
ดูว่าทำงานยังไง

ผู้ชายฝรั่งบน Findmate

พาร์ทเนอร์ของเรา · Findmate

ผู้ชายฝรั่งที่อยากเจอผู้หญิงไทย

ทุกโปรไฟล์ยืนยันตัวตน · แปลภาษาให้ในแอป · สมัครฟรี

จดหมายถึงพี่

จดหมายฉบับอื่น

พาร์ทเนอร์ของเรา · Findmate

ผู้ชายฝรั่งที่อยากเจอผู้หญิงไทย ยืนยันตัวตนทุกคน

สมัครฟรี แปลภาษาให้ในแอป ไม่มีสแกม ไม่มีสแปม และคุณมีรายได้จากการแชทอย่างสุภาพ

ดูโปรไฟล์ผู้ชายฝรั่ง
  • ✓ ยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอ
  • ✓ สมัครฟรี
  • ✓ แปลภาษาในแอป
  • ✓ ไม่มีภาพโป๊
  • ✓ มีรายได้จากการแชท