พี่ตอบ
ตุ๊กคะ คำถามที่ตุ๊กถามมาคือ "ควรไปไหม" แต่เราอยากขอเปลี่ยนคำถามก่อน เพราะคำถามนี้ตอบไม่ได้ตราบใดที่ยังพันอยู่กับเรื่องลูกเขา
จริงๆ แล้วนี่คือสองคำถามที่แยกกันสนิท: หนึ่ง ความสัมพันธ์นี้แข็งแรงพอจะรับแรงกดดันไหม สอง ตุ๊กพร้อมย้ายประเทศหรือยัง คนที่เจ็บที่สุดคือคนที่ตอบข้อหนึ่งด้วยความรัก แล้วข้ามข้อสองไปเลย
ข้อหนึ่ง: ดูที่เขา ไม่ใช่ที่ลูกเขา
ลูกสาวที่พิมพ์มาว่า "อย่ามายุ่งกับพ่อของเธอ" กับลูกชายที่ไม่มากินข้าว ทั้งสองคนกำลังกลัวสามอย่าง: กลัวพ่อถูกเอาเปรียบ กลัวเรื่องบ้านและมรดกที่เคยคิดว่าเป็นของครอบครัว และยังทำใจไม่ได้กับการหย่าของพ่อแม่เมื่อหกปีก่อน ไม่มีข้อไหนเลยที่เกี่ยวกับตัวตุ๊กจริงๆ แต่คนที่รับแรงทั้งหมดคือตุ๊ก และนั่นไม่แฟร์เลย
สิ่งที่เราอยากให้ตุ๊กจับตาดูจึงไม่ใช่ท่าทีของลูกเขา แต่คือสิ่งที่แฟนตุ๊กทำตอนลูกพูดแบบนั้น ประโยค "เดี๋ยวเขาก็ชิน" เป็นสัญญาณที่เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมันแปลว่าเขาเลือกจะรอให้เวลาแก้ปัญหา แทนที่จะพูดกับลูกตัวเองตรงๆ
สิ่งที่ผู้ชายควรทำในสถานการณ์นี้มีสามอย่าง และเป็นงานของเขาล้วนๆ ไม่ใช่ของตุ๊ก: บอกลูกชัดเจนว่าตุ๊กคือคนที่เขาเลือกและเขาจะไม่ยอมให้ใครพูดจาแบบนั้นกับตุ๊กอีก คุยกับลูกเรื่องพินัยกรรมและทรัพย์สินให้จบเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อดับความกลัวที่เป็นต้นตอจริงๆ และเป็นคนนัดเจอเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ตุ๊กเป็นฝ่ายง้อ
ลองถามเขาตรงๆ ค่ะว่า "ถ้าลูกคุณยังไม่ยอมรับฉันในอีกสองปี คุณจะทำยังไง" คำตอบของเขาต่อคำถามนี้มีค่ามากกว่าท่าทีของลูกเขาทั้งสองคนรวมกัน รายละเอียดเรื่องครอบครัวฝั่งเขาและสิ่งที่เขามักถาม เราเขียนไว้ใน เจอครอบครัวฝรั่งครั้งแรก
ข้อสอง: อย่าย้ายด้วยคำสัญญา ย้ายด้วยสิ่งที่มีอยู่จริง
ข่าวดีของออสเตรเลียคือประเทศนี้ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนที่ย้ายไปอยู่กับคู่ วีซ่าสาย 300 และ 309/820 ทำงานได้เต็มที่ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับผู้ย้ายถิ่น และคนเกิดในไทยในออสเตรเลียมีถึง 83,779 คน โดยกระจุกอยู่ที่ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน และเพิร์ท แปลว่าที่บริสเบนตุ๊กจะไม่ได้อยู่คนเดียวแน่นอน มีทั้งร้านไทย วัด และกลุ่มคนไทยที่หาเจอได้ตั้งแต่เดือนแรก อ่านของจริงได้ที่ ชีวิตที่นั่น ออสเตรเลีย
ข่าวที่ต้องเตรียมใจคือค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่สมรสของออสเตรเลียแพงที่สุดในกลุ่มประเทศที่เราเทียบ และใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี ตัวเลขล่าสุดและขั้นตอนอยู่ที่ วีซ่าแต่งงาน ออสเตรเลีย ส่วนเรื่องที่ไม่มีใครอยากอ่านแต่ควรอ่านก่อนย้าย คือสิทธิ์ของตุ๊กถ้าวันหนึ่งความสัมพันธ์จบลงหลังย้ายไปแล้ว อยู่ที่ หย่า ออสเตรเลีย
สิ่งที่เราอยากให้มีครบก่อนขึ้นเครื่องย้ายถาวร: วีซ่าอยู่ในมือแล้วจริงๆ แผนว่าจะทำงานอะไรและเริ่มหางานยังไง เงินของตุ๊กเองในบัญชีของตุ๊กเอง ตั๋วกลับไทยปีละครั้งที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า และคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องพินัยกรรมกับที่อยู่อาศัยว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป ตุ๊กอยู่ตรงไหน ข้อสุดท้ายนี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อมีลูกเลี้ยงที่ไม่เป็นมิตร
สัปดาห์นี้
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ถามเขาว่า "ถ้าอีกสองปีลูกคุณยังไม่ยอมรับฉัน คุณจะทำยังไง" แล้วฟังคำตอบให้จบ
- ขอให้เขาเป็นคนคุยกับลูกเรื่องพินัยกรรมและทรัพย์สิน และบอกให้ชัดว่านั่นไม่ใช่งานของตุ๊ก
- อ่าน วีซ่าแต่งงาน ออสเตรเลีย และ ชีวิตที่นั่น ออสเตรเลีย แล้วลิสต์ว่าขาดอะไรบ้าง
- หาว่าที่บริสเบนมีวัดไทยหรือกลุ่มคนไทยตรงไหน ทักไปคุยสักหนึ่งคนก่อนตัดสินใจ
ตุ๊กถามว่าควรไปไหม เราตอบแทนไม่ได้ค่ะ แต่เราบอกได้ว่าอย่าไปเพราะกลัวว่าถ้าไม่ไปตอนนี้แล้วจะไม่มีโอกาสอีก ผู้ชายที่ควรย้ายไปหา คือคนที่รอได้อีกหนึ่งปีโดยไม่บ่น และใช้ปีนั้นจัดการเรื่องลูกของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนตุ๊กจะไปถึง
คำถามที่พบบ่อย
ลูกที่โตแล้วของเขาไม่ยอมรับเรา ควรเลิกไหม?
+
ทำไมลูกของเขาถึงต่อต้านขนาดนั้น?
+
ควรพยายามเอาใจลูกเขาแค่ไหน?
+
ควรย้ายไปเลยหรือไปอยู่ยาวๆ ก่อน?
+
ถ้ามีคำถามที่คู่มือยังไม่ได้ตอบ ส่งมาได้เลย เราตอบฉบับที่น่าสนใจที่นี่ ใช้แค่ชื่อเล่นและจังหวัด ไม่เปิดเผยอีเมล hello@farang.app · หน้าติดต่อ


























