ต้นทุนจริงของการส่งเงินกลับบ้านไม่ได้อยู่ที่ค่าธรรมเนียมที่แสดงบนหน้าจอ แต่อยู่ที่ส่วนต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนที่ผู้ให้บริการใช้กับอัตรากลางของตลาด บวกกับค่าธรรมเนียมที่ธนาคารปลายทางในไทยอาจหักอีกต่อหนึ่ง วิธีเทียบที่ถูกต้องมีตัวเลขเดียว คือ จำนวนบาทที่ถึงมือผู้รับจริง หารด้วยจำนวนเงินที่คุณจ่ายออกไปทั้งหมด
ผู้ให้บริการที่โฆษณาว่า "โอนฟรี" มักคิดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแทน และผู้ให้บริการที่คิดค่าธรรมเนียมชัดเจนอาจให้เงินถึงปลายทางมากกว่า เราจะไม่แนะนำเจ้าไหนเป็นชื่อในหน้านี้ เพราะราคาเปลี่ยนทุกสัปดาห์และเจ้าที่ถูกที่สุดสำหรับเยอรมนีอาจไม่ใช่เจ้าที่ถูกที่สุดสำหรับออสเตรเลีย เราจะสอนวิธีเทียบแทน
ต้นทุนของการโอนเงินมีกี่ชั้น?
สี่ชั้น และคนส่วนใหญ่เห็นแค่ชั้นแรก
ชั้นที่หนึ่ง ค่าธรรมเนียมต้นทาง ตัวเลขที่โชว์ตอนกดโอน คิดต่อครั้ง ไม่ใช่ตามจำนวนเงิน นี่คือเหตุผลที่โอนก้อนใหญ่ครั้งเดียวถูกกว่าโอนย่อยสามครั้ง
ชั้นที่สอง ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ชั้นที่แพงที่สุดและมองไม่เห็น ถ้าอัตรากลางของตลาดคือ 1 ยูโรเท่ากับ 38.50 บาท แต่ผู้ให้บริการให้คุณ 37.60 บาท ส่วนต่าง 0.90 บาทต่อยูโรคือค่าบริการที่คุณจ่ายโดยไม่รู้ตัว ในการโอน 1,000 ยูโร นั่นคือ 900 บาทที่หายไป
ชั้นที่สาม ค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลาง เกิดกับการโอนแบบ SWIFT ระหว่างธนาคาร ธนาคารที่อยู่ระหว่างทางอาจหักค่าบริการของตัวเอง ทำให้ยอดที่ถึงปลายทางน้อยกว่าที่คำนวณไว้
ชั้นที่สี่ ค่าธรรมเนียมฝั่งรับ ธนาคารไทยหลายแห่งคิดค่าธรรมเนียมเงินโอนเข้าจากต่างประเทศ อัตราต่างกันตามประเภทและจำนวน บางช่องทางที่ส่งเข้าบัญชีในสกุลบาทโดยตรงหรือเข้าพร้อมเพย์ไม่ถูกหัก โทรถามธนาคารปลายทางก่อนโอนครั้งแรก
ช่องทางมีอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร?
| ช่องทาง | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| โอนผ่านธนาคารต้นทางแบบ SWIFT | ปลอดภัย มีหลักฐานชัด วงเงินสูง | ค่าธรรมเนียมหลายชั้น อัตราแลกเปลี่ยนมักแย่ที่สุด ช้า 1 ถึง 5 วันทำการ | เงินก้อนใหญ่มาก เช่น ซื้อที่ดินหรือสร้างบ้าน |
| ผู้ให้บริการโอนเงินออนไลน์ | อัตราแลกเปลี่ยนมักดีกว่าธนาคาร โอนจากมือถือ เห็นยอดปลายทางก่อนกดยืนยัน | มีวงเงินต่อครั้งและต่อเดือน ต้องยืนยันตัวตนตอนสมัคร | การโอนประจำทุกเดือน |
| ร้านหรือเอเจนต์รับโอนเงินสด | ผู้รับไม่ต้องมีบัญชี รับเป็นเงินสดที่สาขาได้ | ค่าธรรมเนียมสูงกว่า ผู้รับต้องเดินทางไปรับ | ที่บ้านไม่มีบัญชีธนาคารหรืออยู่ไกลจากสาขา |
| แอปธนาคารไทยที่รับเงินจากต่างประเทศ | เข้าบัญชีตรง ติดตามในแอปได้ | ขึ้นกับว่าธนาคารของคุณรองรับประเทศที่คุณอยู่ไหม | คนที่มีบัญชีไทยพร้อมแอปที่ยังใช้งานได้ |
| พกเงินสดกลับเอง | ไม่มีค่าธรรมเนียมโอน | มีเพดานที่ต้องสำแดงทั้งขาออกและขาเข้า เสี่ยงหาย ไม่มีหลักฐานที่มาของเงิน | จำนวนไม่มากตอนกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่ |
โอนครั้งแรกให้ถูกต้อง ทีละขั้น
ขั้นตอน
เตรียมข้อมูลบัญชีปลายทางให้ครบและถูกต้อง
ชื่อบัญชีต้องสะกดตรงกับที่ธนาคารไทยมีทุกตัวอักษร ทั้งชื่อภาษาอังกฤษและเลขบัญชี ผิดตัวเดียวเงินตีกลับและเสียค่าธรรมเนียมสองรอบถามธนาคารปลายทางว่าหักค่าธรรมเนียมเงินโอนเข้าเท่าไหร่
โทรสาขาที่บ้านหรือคอลเซ็นเตอร์ ถามให้ชัดว่าเงินโอนจากประเทศที่คุณอยู่ เข้าสกุลบาทหรือสกุลต่างประเทศ และหักเท่าไหร่เทียบอย่างน้อยสามช่องทางในวันเดียวกัน
จดยอดบาทที่ระบบแจ้งว่าผู้รับจะได้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม เทียบเฉพาะตัวเลขนั้น อัตราเปลี่ยนทุกวัน จึงต้องเทียบในวันเดียวกันเท่านั้นเริ่มด้วยยอดทดสอบเล็กๆ
โอนจำนวนไม่มากก่อนหนึ่งครั้ง ดูว่าเงินเข้าจริงเท่าไหร่และใช้เวลากี่วัน แล้วค่อยโอนก้อนจริงเก็บสลิปและหลักฐานทุกใบ
บันทึกไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน คุณจะต้องใช้ตอนธนาคารถามที่มาของเงิน ตอนยื่นเอกสารต่อวีซ่า และตอนอธิบายกับสรรพากรถ้ามีคำถามตั้งรอบการโอนที่สม่ำเสมอ
การโอนทุก 2 ถึง 3 เดือนมักคุ้มกว่าโอนทุกเดือน และช่วยให้ที่บ้านวางแผนได้ ตกลงกับที่บ้านให้ชัดว่ารอบไหนเท่าไหร่
ก่อนโอน เช็คอะไรบ้าง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ชื่อบัญชีปลายทางสะกดตรงกับสมุดบัญชีทุกตัวอักษร
- เลขบัญชีและชื่อธนาคารถูกต้อง รวมรหัส SWIFT ถ้าต้องใช้
- รู้แล้วว่าธนาคารปลายทางหักค่าธรรมเนียมเงินโอนเข้าเท่าไหร่
- เทียบยอดบาทที่ผู้รับจะได้จากอย่างน้อยสามช่องทางในวันเดียวกัน
- ผู้ให้บริการที่เลือกได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศที่คุณอยู่
- รู้วงเงินสูงสุดต่อครั้งและต่อเดือนของช่องทางนั้น
- มีสลิปหรือหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่ดาวน์โหลดเก็บได้
- ที่บ้านรู้ว่าเงินจะเข้าวันไหนและเข้าบัญชีไหน
เรื่องภาษี ตอบเท่าที่ตอบได้
เรื่องนี้เราจะระวังคำ เพราะกฎหมายภาษีเปลี่ยนและแต่ละกรณีต่างกันจริงๆ
ฝั่งผู้รับในไทย ประมวลรัษฎากรมาตรา 42 กำหนดเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไว้หลายประเภท ซึ่งรวมถึงเงินได้จากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาและการให้โดยเสน่หา ภายในเพดานที่กฎหมายกำหนด เพดานเหล่านั้นสูงกว่าจำนวนที่ครอบครัวทั่วไปได้รับจากลูกที่ทำงานต่างประเทศมาก ในทางปฏิบัติ เงินที่คุณส่งให้พ่อแม่ทุกเดือนจึงมักไม่ก่อภาระภาษีให้ผู้รับ แต่ถ้าคุณจะส่งเงินก้อนใหญ่ผิดปกติ เช่น เพื่อซื้อที่ดินหรือปลูกบ้าน ให้ปรึกษาสรรพากรพื้นที่หรือนักบัญชีก่อน กรมสรรพากร· ก.ย. 2026
ฝั่งตัวคุณเอง คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 วางแนวปฏิบัติสำหรับ ผู้อยู่ในประเทศไทย ที่มีเงินได้จากงานหรือทรัพย์สินในต่างประเทศ แล้วนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้กับเงินได้ที่นำเข้ามาตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป คำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566· ก.ย. 2026
คำสำคัญคือ "ผู้อยู่ในประเทศไทย" ซึ่งกฎหมายนิยามด้วยจำนวนวันที่อยู่ในไทยในปีภาษีนั้น ถ้าคุณย้ายไปอยู่กับสามีและอยู่ที่นั่นเกือบทั้งปี กรณีของคุณมักไม่เข้าเงื่อนไขนี้ แต่ถ้าคุณกลับมาอยู่ไทยยาวในปีใดปีหนึ่ง หรือมีรายได้จากทรัพย์สินในไทยด้วย เรื่องจะซับซ้อนขึ้นทันที
สิ่งที่เราแนะนำให้ทำและไม่ต้องเสียเงินเลย คือ เก็บหลักฐานให้ครบ สลิปการโอน หลักฐานว่าเงินมาจากเงินเดือนที่เสียภาษีแล้วในประเทศนั้น และจำนวนวันที่คุณอยู่ในแต่ละประเทศในแต่ละปี ถ้าวันหนึ่งมีคำถาม คนที่มีเอกสารตอบได้ใน 10 นาที คนที่ไม่มีต้องใช้เวลาหลายเดือน
จะคุยกับสามียังไงเรื่องส่งเงินกลับบ้าน?
นี่คือหนึ่งในสามเรื่องที่คู่ไทย-ต่างชาติทะเลาะกันบ่อยที่สุด และเกือบทุกครั้งเกิดจากความเข้าใจคนละแบบ ไม่ใช่ความใจร้าย
ในวัฒนธรรมของเขา ลูกที่โตแล้วไม่ได้ส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน เพราะพ่อแม่มีบำนาญของรัฐ มีประกันสุขภาพ และมีบ้านของตัวเอง เมื่อเขาเห็นคุณโอนเงินกลับบ้านทุกเดือน สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ความกตัญญู แต่คือ "ครอบครัวเธอพึ่งเงินเราอยู่" ซึ่งทำให้เขากลัวว่ามันจะไม่มีวันจบ
ในวัฒนธรรมของเรา การส่งเงินให้พ่อแม่คือหน้าที่และเป็นเรื่องปกติที่สุด และการถูกถามว่าส่งเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกเหมือนถูกตรวจสอบ
สามอย่างที่ช่วยได้จริง
หนึ่ง ทำให้มันเป็นตัวเลขที่แน่นอน บอกจำนวนที่ชัดเจนต่อเดือนหรือต่อไตรมาส ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่ทำให้เขากลัว ไม่ใช่จำนวนเงิน
สอง ส่งจากเงินของคุณเอง เมื่อคุณมีรายได้ของตัวเอง เรื่องนี้เลิกเป็นหัวข้อเจรจาทันที นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราย้ำเรื่องการทำงานตั้งแต่ปีแรกใน ทำงานต่างประเทศด้วยวีซ่าคู่สมรส: ประเทศไหนทำงานได้ทันที และวุฒิไทยใช้ได้ไหม
สาม อธิบายว่าเงินนั้นไปทำอะไร "ค่ายาความดันของแม่กับค่าเทอมหลาน" เป็นคนละเรื่องกับ "ส่งให้ที่บ้าน" ในหัวของเขา คนที่เข้าใจปลายทางของเงินมักไม่เถียงเรื่องจำนวน
มุมมองของเขาเรื่องเงินอย่างละเอียดอยู่ใน ทำไมฝรั่งไม่ให้เงิน: มุมมองของเขา และวิธีคุยเรื่องเงินโดยไม่เสียความสัมพันธ์ และถ้าเรื่องนี้เชื่อมกับสินสอด อ่าน สินสอดกับฝรั่ง: เขาให้ไหม ให้เท่าไหร่ และจะพูดกับเขายังไงไม่ให้ทะเลาะ ส่วนบำนาญและรายได้จริงของคนแต่ละชาติซื้ออะไรได้บ้าง อยู่ที่ เรื่องเงิน เยอรมนี เรื่องเงิน สหราชอาณาจักร และ เรื่องเงิน ออสเตรเลีย
สรุปสั้นๆ ที่ใช้ได้กับทุกประเทศ
เทียบด้วยยอดบาทที่ถึงมือผู้รับ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โชว์ โอนก้อนใหญ่กว่าและถี่น้อยกว่า ถามธนาคารปลายทางเรื่องค่าธรรมเนียมเงินโอนเข้าก่อนโอนครั้งแรก ใช้เฉพาะผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตในประเทศที่คุณอยู่ และเก็บสลิปทุกใบ
และก่อนจะถึงวันที่ต้องคิดเรื่องนี้ ยังมีรายการเตรียมตัวอีกยาวที่ทำจากไทยง่ายกว่ามาก รวมถึงการรักษาบัญชีธนาคารไทยและเบอร์มือถือที่ใช้รับ OTP ให้ใช้งานได้ อ่านไทม์ไลน์เต็มที่ ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับสามีฝรั่ง: เช็คลิสต์ก่อนบิน 90 วัน 30 วัน และ 7 วัน
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้ยังไงว่าช่องทางไหนถูกที่สุด?
+
ธนาคารไทยหักค่าธรรมเนียมเงินโอนเข้าไหม?
+
แม่ต้องเสียภาษีจากเงินที่เราส่งให้ไหม?
+
ตัวเราต้องเสียภาษีไทยจากเงินที่หาได้ต่างประเทศไหม?
+
โอนย่อยทุกเดือนกับโอนก้อนใหญ่ปีละครั้ง แบบไหนดีกว่า?
+
พกเงินสดกลับไทยเองได้ไหม?
+
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ในหน้านี้
ตรวจสอบกับสถานทูตอีกครั้งก่อนยื่น กฎเปลี่ยนได้ทุกปี
- คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.161/2566 (เงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทย)ข้อมูล ณ ก.ย. 2026
- กรมสรรพากร: คำถาม-คำตอบ การเสียภาษีตามมาตรา 41 วรรคสอง และ ป.161/162ข้อมูล ณ ก.ย. 2026
- กรมสรรพากร: เงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นภาษี (มาตรา 42)ข้อมูล ณ ก.ย. 2026
- กรมสรรพากร: หมวด 3 ภาษีเงินได้ (ประมวลรัษฎากร)ข้อมูล ณ ก.ย. 2026





























